วันนี้ ผมก็เลยหาวิธีการดูเเลมาฝากละ
การดูเเล การทำความสะอาด กระเบื้องลายไม้นั้น มี 1 หัวข้อใหญ่ มาดูกัน!!!
![]() |
เครดิตภาพ pinterest |
***การดูเเลแบบประจำวัน***
1. ดูดผุ่นหรือสิ่งสกปรกออกจากพื้นผิวให้สะอาด
2. ใช้ม็อปดันผุ่นในม็อปนั้นต้องมีน้ำยาดันผุ่นด้วยนะ เเละม็อปต้องสะอาดด้วย เเละก็พอฉีดน้ำยาทั่วเเล้ว
ก็ทิ้งไว้สักประมาณ 2-3 ช.ม
ก่อนอื่นหลายๆท่านคงสะสงสัยว่าน้ำยาดันผุ่นคืออะไร ผมจึงไปหามา ว่าคืออะไร มาทำความรู้จักกันเถอะ
"น้ำยาดันฝุ่น หลายคนเมื่อได้ยินชื่อนี้แล้วอาจจะสงสัยว่าคืออะไร ต่างจากน้ำยาถูพื้นทั่วไปอย่างไร? ใช้งานแบบไหน? ผสมน้ำหรือไม่?เนื่องจากว่าน้ำยาดันฝุ่นนี้ อาจจะไม่มีการโฆษณาออกทางโทรทัศน์หรือสื่อต่างๆอย่างแพร่หลาย จึงมีการใช้ในกลุ่มผู้ที่ใช้น้ำยาทำความสะอาดตัวนี้เป็นประจำเท่านั้น เช่น บริษัทรับเหมาทำความสะอาด แต่ปัจจุบันเริ่มเป็นที่รู้จักกันมากขึ้น เพราะน้ำยาดันฝุ่นนั้นจะใช้ทำความสะอาด แทนไม้กวาด กวาดพื้นภายในบ้านได้เลย
น้ำยาดันฝุ่น เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดชนิดหนึ่ง ประโยชน์ของน้ำยาชนิดนี้คือ เป็นน้ำยาที่ช่วยให้การทำความสะอาดง่ายขึ้น ทำให้ฝุ่นเกาะติดผ้าม็อบ ไม่ก่อให้เกิดการฟุ้งกระจายของฝุ่น ป้องกันรอยขีดข่วน และมีกลิ่นหอม ส่วนวิธีการใช้งานนั้นให้นำ น้ำยาดันฝุ่น มาบรรจุลงในภาชนะสำหรับฉีดพ่น (Foggy) โดยไม่ต้องผสมน้ำ แล้วฉีดไปที่ผ้าม็อบ ทิ้งไว้ 10 นาทีเป็นอย่างต่ำหรือถ้าจะให้ดีควรฉีดทิ้งไว้ 1 คืน เพื่อให้ น้ำยาดันฝุ่น ซึมเข้าไปในเนื้อผ้า หลังจากน้ำยาซึมแล้วนำไปถูพื้นภายในบ้านหรืออาคารให้ทั่วได้เลย โดยน้ำยาดันฝุ่นก็จะช่วยให้ฝุ่นละอองยึดติดเกาะกับผ้าม็อบอย่างง่ายดาย (ไม่ทำให้เกิดฝุ่นละอองฟุ้ง) โดยไม่จำเป็นต้องกวาด หรือถูน้ำสะอาดซ้ำ เมื่อฝุ่นละอองที่เกาะอยู่ที่ผ้าม็อบเต็มหรือเยอะมากแล้ว ก็นำผ้าม็อบไปสะบัดฝุ่นออกและนำกลับมาถูใหม่อีกหลายๆ รอบ หลังจากถูพื้นด้วยน้ำยาดันฝุ่นเสร็จ ก็ซักผ้าม็อบตามปกติ ด้วย น้ำยาซักผ้า
น้ำยาดันฝุ่นจะมี 2 สูตรคือสูตรน้ำผสมซิลิโคน และสูตรน้ำมัน โดยสูตรน้ำผสมซิลิโคนจะเป็นสูตรที่นิยมแพร่หลายมากกว่า ราคาถูกกว่า เนื่องจากเป็นนวัตกรรมที่เพิ่งมีการคิดค้นขึ้นมาเพื่อการทำความสะอาดโดยเฉพาะ
การทำความสะอาดให้มีประสิทธิภาพ ต้องทำความสะอาดอย่างถูกต้องและเหมาะสมกับคราบสกปรกและชนิดของพื้นที่ต้องการทำความสะอาด หากบริเวณพื้นมีคราบสกปรก เช่น คราบชา กาแฟ อาหาร ตกบริเวณพื้น เหยียบแล้วเกิดรอยเท้า ตามห้องครัว ห้องอาหาร ทางเดิน (ยิ่งช่วงหน้าฝนจะมีคราบโคลนดินติดมาด้วย) ควรใช้ผ้าชุบน้ำถูพื้น (คือการเช็ดเปียก) เช็ดทำความสะอาด คราบสกปรกก็จะหมดไป แต่หากบริเวณพื้นไม่มีคราบสกปรกมีแต่ฝุ่นละออง เช่น ตามพื้นบ้าน ภายในคอนโด สำนักงานต่างๆ ควรใช้น้ำยาดันฝุ่น (คือการเช็ดแห้ง) ด้วยคุณสมบัติที่กล่าวมาข้างต้น จะช่วยให้ประหยัดเวลาและช่วยเบาแรงได้เป็นอย่างดี แต่ภายในหนึ่งสัปดาห์ ควรมีการเช็ดเปียก อย่างน้อย 1-2 ครั้ง เพราะอาจมีคราบสกปรกที่จำเป็นต้องเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำถึงจะขจัดคราบออกได้
การทำความสะอาดพื้นบางชนิดไม่ควรเช็ดเปียกอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะ พื้นไม้ พื้นปาเก้ พื้นลามิเนต เนื่องจากพื้นเหล่านี้ เมื่อถูกน้ำบ่อยๆ จะทำให้พื้นเสียง่าย พื้นจะลอก หรือมีสีซีดจาง และเสื่อมสภาพในที่สุด หรือประเภทพื้นหินอ่อน หินแกรนิต เมื่อเช็ดเปียกบ่อยๆ จะทำให้ความเงางามของพื้นลดลง เพราะพื้นลักษณะนี้ ผิวหน้าจะมีรูพรุน น้ำจะซึมผ่านไปยังชั้นหินต่างๆได้ แต่หากถูพื้น ด้วยน้ำ (เช็ดเปียก) หรือน้ำยาทำความสะอาดพื้น แต่ไม่ทำความสะอาดผ้าหรือม๊อบถูพื้นบ่อยๆ ผ้าจะชื้น สกปรก และเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค ความชื้นจากผ้าที่สกปรก จะซึมลงไปยังพื้นผิวชั้นต่างๆได้ ทำให้ความเงางามของพื้นลดลง ส่วนพื้นกระเบื้องก็เช่นกัน หากไม่ทำความสะอาดผ้าถูหรือม๊อบถูพื้นบ่อยๆ(กรณีเช็ดเปียก) น้ำในผ้าหรือม๊อบจะซึมตามร่องยาแนวกระเบื้องทำให้ร่องยาแนวกระเบื้องดำและสกปรกมากขึ้น ดังนั้นการเช็ดด้วยน้ำยาดันฝุ่น (เช็ดแห้ง) หรือการเช็ดด้วยน้ำหรือน้ำยาเช็ดพื้น (เช็ดเปียก) ต่างมีข้อดีและข้อเสียต่างกัน เราควรเลือกใช้วิธีการทำความสะอาดให้เหมาะสมกับลักษณะพื้นอย่างถูกต้อง "
ขอบคุณข้อมูล www.facebook.com/spacleanthailand
ขอบคุณข้อมูล www.facebook.com/spacleanthailand
3.หากพสิ่งสกปรกที่ไม่สามารถดูออกไปแบบปกติได้ ให้ใช้ผ้าชุบน้ำเช้ดออกเฉพาะจุด เเละถ้าใช้
ผ้าชุบน้ำเเล้วไม่ออก ให้ใช้ผ้าชุบน้ำยาในอัตตราปริมารที่ ข้างขวดของน้ำยานั้น บอกไว้
4.ไม่ควรใช้น้ำยาทำความสะอาดที่เป็นกรด เด็ดขาด!!! อาทิเช่น กรดเกลือ กรดดินปะสิว ฯลฯ
5.หลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ทำความสะอาดที่ มีผิวหยาบเเละเเหลมคม เพื่อป้องกันผิวกระเบื้อง
จากตอนนี้ทุกท่านคงทราบวิธีการทำความสะอาดกันเเล้ว งั้นทุกท่านพร้อมไปทำความสะอาดหรือยัง ไปกันเลย!!!
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น